ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
เผยแพร่บทความทางวิชาการ
การบริหารโรงเรียนเพี่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ

บทความเกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ

 

การบริหารโรงเรียนเพี่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ

                                                                                                                                                            นายลำเพย  เย็นมนัส

                        ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพระขาว (ประชานุเคราะห์) สพป.อย.2

                                                                                                                                                 13  สิงหาคม  2555

 

การบริหารโรงเรียนเพื่อมุงสูความเปนเลิศ  จะเกิดขึ้นไดดวยวิธีการบริหารแบบบูรณาการ ในทุกขั้นตอนและทุกคนจะตองมีสวนเกี่ยวของ เครื่องบงชี้หรือมาตรวัดจะอยูที่ผูบริหารซึ่งมีบทบาทสูงสุด ในการจัดระบบการศึกษาในระดับโรงเรียน ดังนั้น ผูบริหารโรงเรียนตองเปนผูที่มีความรูความเขาใจใน เรื่องการบริหารการศึกษา มีวิสัยทัศนที่กวางไกล  เพื่อกำหนดเปาหมาย กำหนดยุทธศาสตรในการจัด การศึกษาได      อยางเปนรูปธรรมและมีความเปนไปได  และที่สำคัญผูบริหารโรงเรียนจะตองรูและเขาใจถึง ภารกิจตลอดจนขอบขายงานที่รับผิดชอบอยางชัดเจน  ไดแก งานวิชาการ ซึ่งมีขอบขายงานเกี่ยวกับการ กำหนดหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน วัสดุประกอบการเรียนการสอน งานวัดและประเมินผล งานหองสมุด งานนิเทศภายใน งานวางแผนและกำหนดวิธีการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอน เปนตน งานบุคลากร มีขอบขายงานเกี่ยวกับการจัดบุคลากรเขาปฎิบัติงาน งานการพัฒนาบุคลากร งานธำรงรักษาบุคลากร งาน รักษาระเบียบวินัย และงานประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร งานกิจกรรมนักเรียน มีขอบขายงาน เกี่ยวกับการปฎิบัติตาม พ.ร.บ.ของตัวผูเรียน งานเตรียมความพรอมสำหรับนักเรียน  งานที่โรงเรียนจัดบริการ ใหนักเรียน งานเกี่ยวกับอาหารกลางวันและงานบริหารแนะแนว เปนตน งานธุรการ มีขอบขายงานเกี่ยวกับ งบประมาณการเงิน งานพัสดุ  งานสารบรรณ งานทะเบียน งานรักษาความปลอดภัยอาคารสถานที่  งาน อาคารสถานที่ มีขอบขายงานเกี่ยวกับการจัดอาคารสนถานที่  การใชอาคารสถานที่ การบำรุงรักษาอาคาร สถานที่ งานควบคุมดูแลอาคารสถานที่  และการประเมินผลการใชอาคารสถานที่ งานความสัมพันธ ระหวางโรงเรียนกับชุมชน มีขอบขายงานเกี่ยวกับการใหบริการแกชุมชนในดานตาง ๆ  การรับความ ชวยเหลือสนับสนุนจากชุมชน กรรมการศึกษา การสรางความสัมพันธกับชุมชนและหนวยงานอื่น ๆ  การ จัดตั้งกลุมชมรมสมาคมหรือมูลนิธิ และการประชาสัมพันธ เปนตน

ขณะเดี่ยวกันผูบริหารโรงเรียนตองพัฒนาระบบงานของโรงเรียน  ใหมีประสิทธิภาพใน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  ที่มุงเนนการพัฒนาคุณภาพของผูเรียน จำนวน  ๕ มาตรฐาน ๑๔ ตัว บงชี้ คือ

มาตรฐานที่ ๑ โรงเรียนใชแผนเปนเครื่องมือในการบริหารงานอยางมีประสิทธิภาพ

ตัวบงชี้ ๑ จัดระบบขอมูลสารสนเทศไดครบถวน ถูกตอง ตรงกับความตองการและทันตอ การใชงาน

ตัวบงชี้ ๒ แผนของโรงเรียนเกิดจากการมีสวนรวมของชุมชนใหสอดคลัองกับสภาพ โรงเรียน มีเปาหมายหมายชัดเจนและมุงเนนคุณภาพนักเรียน

ตัวบงชี้ ๓ จัดระบบงานชัดเจนคลองตัวในการปฏิบัติงานมอบหมายงานตรงความรู   ความสามารถ    สงเสริมบุคลากรใหมีปฏิสัมพันธที่ดีตอกัน

ตัวบงชี้ ๔ ควบคุมกำกับ ติดตามและนิเทศใหการดำเนินงานบรรลุตามแผน

มาตรฐานที่ ๒ โรงเรียนสนับสนุนใหบุคลากรเกิดความมุงมั่นในการพัฒนางาน

 

ตัวบงชี้ ๑   สงเสริมพัฒนาบุคลากรใหสามารถพัฒนาตนเอง และพัฒนางานอยาง    ตอเนื่อง

ตัวบงชี้ ๒ จัดสวัสดิการสิ่งอำนวยความสะดวก และประโยชนตอบแทนในการปฏิบัติงาน ไดอยางเหมาะสมเปนธรรม

มาตรฐานที่ ๓ โรงเรียนจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน

ตัวบงชี้ ๑ จัดกิจกรรมทางวิชาการ บริการแนะแนว บริการสุขภาพอนามัย  โภชนาการ และกิจกรรมชวยเหลือนักเรียนอยางทั่วถึงและเหมาะสม

ตัวบงชี้ ๒ จัดกิจกรรมสงเสริมการเรียนรูดานศิลปวัฒนธรรมและอนุรักษสิ่งแวดลอม

ตัวบงชี้ ๓ จัดแหลงความรูสื่อและเทคโนโลยีที่เอื้อตองานการเรียนการสอน

ตัวบงชี้ ๔ จัดสภาพแวดลอมภายในโรงเรียนใหมีบรรยากาศที่สงเสริมการเรียานรู

มาตรฐานที่ ๔ โรงเรียนประสานความรวมมือจากทุกฝายเพื่อพัฒนาโรงเรียน

ตัวบงชี้ ๑ ดำเนินการเพื่อประสานความรวมมือกับกรรมการโรงเรียนชุมชนและหนวยงาน อื่นในการพัฒนาโรงเรียน

ตัวบงชี้ ๒ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธการดำเนินงานของโรงเรียนไดรวดเร็วทันเหตุการณ และตอเนื่อง

มาตรฐานที่ ๕ โรงเรียนประเมินผลการปฏิบัติงานอยางเปนระบบ

ตัวบงชี้ ๑ ประเมินการปฏิบัติงานอยางตอเนื่อง โดยใชวิธีหลากหลายและทุกฝายมีส่วนรวม

ตัวบงชี้ ๒ นำผลการประเมินไปใชนิเทศและการพัฒนางานอยูเสมอ

 

หลักการและแนวคิดการบริหารองคกรเพื่อความเปนเลิศ

สภาพการในปจจุบันองคกรทางธุรกิจ  รัฐวิสาหกิจ และแมแตราชการก็ตาม มักจะไดรับ ผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอมตาง ๆ  ประกอบดวย เศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง จึงมีผลใหองคกรตองตกอยูในสภาวะที่มีอุปสรรคในการดำเนินการเพื่อใหองคกรดำรงอยูได  ประกอบกับสภาวะของการแขงขันขององคกรตาง ๆ  จะเพิ่มทวีความรุนแรงขึ้นทั้งในรูปแบบของสินคาการ บริการ ดานคุณภาพ ความประหยัดในการดำเนินงาน  ซึ่งสภาวะดังกลาวทำใหเปนภาระตอการบริหาร องคการที่จะตองพยายามแสวงหาแนวทางการปรับองคการเพื่อใหกาวไปสู “ความเปนเลิศโดยผูบริหาร จะตองตระหนักและใหความสำคัญตอการแสวงหายุทธวิธีการบริหารเพื่อมุงสูความเปนเลิศ  ซึ่งหลักการ แนวคิดการบริหารองคกรเพื่อความเปนเลิศจะมีหลากหลาย  ซึ่งผูบริหารสามารถศึกษาและหายุทธวิธีตามที่ ผูบริหารเห็นวามีความเหมาะสมกับองคกร  ในที่นี้จะเสนอประเด็นเพื่อเปนแนวทางในการบริหารองคกร เพื่อความเปนเลิศ ดังนี้

๑. กรอบแนวคิดการบริหารแบบมุงประสิทธิผลและประสิทธิภาพขององคกร

๒. กรอบแนวคิดการบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์ และ

๓. กรอบแนวคิดตามคุณลักษณะ ๘  ประการของความเปนเลิศในการบริหาร

๑. กรอบแนวคิดการบริหารแบบมุงประสิทธิผลและประสิทธิภาพขององคกร

 

 

งานขององคกร คือ การผลิตสินคาหรือบริการใหกับลูกคา  หากจะตองมององคประกอบ ในแงของระบบ องคการเปนระบบบริหารที่ดำเนินงานเพื่อบรรลุเปาหมายที่กำหนดไว  ๓ ระบบใหญ คือ ทรัพยากรที่ใช (resource input) กระบวนการแปรรูป (transformation process) และผลผลิต (product output) ทรัพยากรที่ปอนเขาระบบที่สำคัญก็คือ คน  วัตถุดิบ เงิน เทคโนโลยี และ ขอมูล กระบวนการ แปรรูปไดแก งานของผูบริหาร  องคการที่จะเปลี่ยนสภาพจากวัตถุดิบไปเปนสินคาหรือบริการ  ลูกคาเปน ผูบริโภคผลผลิตขององคการพรอมทั้งสะทอนกลับ (feedback) ผลของการบริโภคสินคาและบริการกลับ ไปยังองคกร ประกอบดวย

ผลการปฏิบัติของผูบริหาร (Management Performance)

ตามที่กลาวมาแลว การวัดผลการปฏิบัติงานของผูบริหารนั้นใหดูผลการผลิต (Productivity) วาสูงหรือต่ำ คำวา ผลการผลิต หมายถึง การวัดผลรวมทางดานปริมาณและคุณภาพของงานที่ทำ เมื่อ เปรียบเทียบกับทรัพยากรที่ใช หมายความวา  จำนวนทรัพยากรระดับหนึ่ง ผูบริหารกอใหเกิดผลการผลิต ดวยปริมาณและคุณภาพเทาไร หากพิจารณาในแงของสมการก็จะไดดังนี้

Productivity = Quantify + Quality + Resource

กลาวอีกนัยหนึ่งวา ผลการผลิตที่สูงสุดคือไดงานปริมาณมากที่สุด  ไดคุณภาพดีที่สุด และ ใชทรัพยากรประหยัดที่สุด   การวัดผลรวมของผลการผลิต อาจทำไดหลาย ๆ รูปแบบแลวแตลักษณะงานที่ทำ เชน  อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนตอทรัพยสินลงทุน  รายไดจากคาเชาตอตารางเมตร อัตราการสูญเสียที่เกิด จากการใชวัตถุดับตอผลผลิต อัตราคนทำงานตอชั่วโมง เปนตน  ในอีกแงหนึ่งของการวัดผล คือ การเปรียบเทียบผลผลิตกับทรัพยากรที่ใชภายในระยะเวลา และคุณภาพที่กำหนด โดยเขียนไดดังนี้

     Product output

            Productivity =

(Within a time, Quality)

      Resource input

การวัดผลการผลิตในความหมายนี้  ผูบริหารสามารถผลิตสินคาไดภายในเวลาที่กำหนด และไดคุณภาพมาตรฐานที่ตองการ  โดยไดผลผลิตจำนวนหนึ่งดวยทรัพยากรที่ใชจำนวนหนึ่ง  ดังนั้น การ เพิ่มผลการผลิตอาจกระทำได ๓ วิธี คือ เพิ่มผลผลิตโดยใชทรัพยากรเทาเดิม  ลดการใชทรัพยากรโดยได ผลผลิตที่    เทาเดิม และการเพิ่มผลผลิตและลดการใชทรัพยากรลง

นอกจากนี้ การวัดผลการผลิต (productivity) ตามที่กลาวแลวอาจวัดไดจากประสิทธิผล (effectiveness) และประสิทธิผล (efficiency)ประสิทธิผล หมายถึง การทำงานใหบรรลุเปาหมายที่ ตองการในแงของผูบริโภคสินคาไดปริมาณและคุณภาพตรงกับความตองการของผูบริโภค ประสิทธิภาพ หมายถึง ทำงานโดยเสียคาใชจายต่ำหรือประหยัดคาใชจายในแงของการผลิตสินคา  ประสิทธิภาพก็คือ  ผลิตสินคาไดปริมาณและคุณภาพที่กำหนดโดยเสียคาใชจายต่ำ

ความมีประสิทธิผลขององคการ (Organization Effectiveness) เปนหัวขอที่สำคัญตอการ วิเคราะหและขัดเกลาพฤติกรรมองคการที่เกิดจากการบริหารงาน วามีประสิทธิภาพเพียงใด ความมี ประสิทธิผลขององคการจะมีขึ้นได ขึ้นอยูกับเงื่อนไขที่วาองคการสามารถทำประโยชนจากสภาพแวดลอมจนบรรลุเปาหมายที่

 

ตั้งใจไว แตสิ่งที่สำคัญที่อยูเบื้องหลังควบคูกับประสิทธิผล ก็คือความมี ประสิทธิภาพ (Efficiency) ซึ่งหมายถึง การมีสมรรถนะสูง สามารถมีระบบการทำงานสรางสมทรัพยากร และความมั่งคั่งเก็บไวภายใน ไวเพื่อการขยายตัวตอไปและเพื่อเอาไวสำหรับรับรองสถานการณที่อาจเกิด วิกฤตการณ็จากภายนอกดวยดวย

ธงชัย สันติวงษ ไดกลาววา นักวิชาการหลายทานไดชี้ใหเห็นถึงความแตกตางระหวางคำ วา ประสิทธิผลขององคการ (Organization Effectiveness) และประสิทธิภาพขององคการ (Organization Effectiveness)ไวดังนี้ (ธงชัย สันติวงษ. ๒๕๔๑ : ๒๕๓๓)

ประสิทธิผล (Effectiveness) หมายถึง ความสำเร็จในการที่สามารถดำเนินกิจการ          กาวหนาไปและสามารถบรรลุเปาหมายตาง ๆ ที่องคการตั้งไวได

ประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึง การเปรียบเทียบทรัพยากรที่ใชไปกับผลที่ไดจากการ ทำงานวาดีขึ้นอยางไร แคไหน ในขณะที่กำลังทำงานตามเปาหมายขององคการ

ดังนั้น ผูบริหารที่ทำงานไดผลการผลิตสูง (high productivity)คือ ทำงานไดบรรลุผลตาม ตองการและเสียคาใชจายต่ำ แตการจะใหเกิดความสมดุลทั้งประสิทธิผลและประสิทธิภาพจึงเปนเรื่องยาก บางทีอาจไดอยางเสียอยาง คือ  ทำงานไดตามเปาหมายแตเสียคาใชจายสูง (effectiveness no efficiency)หรือ เสียคาใชจายต่ำแตผลงานไมบรรลุตามเปาหมาย (efficiency no effectiveness) และที่ผลการผลิตต่ำสุดก็คือ งานไมบรรลุตามเปาหมายและเสียคาใชจายสูง (neither effectiveness no efficiency) ในแงการวัดผลการ ปฏิบัติงานของผูบริหารจะตองพิจารณาสวนประกอบที่สำคัญ  ๒ สวน คือ ทรัพยากรขององคการและลูกคา  องคการที่ไดชื่อวา บริหารงานดีจะตองใชทรัพยากรอยางถูกตอง เหมาะสมและตรงกับความตองการของ ลูกคา การใชทรัพยากรอยางถูกตองเหมาะสมจะตองใชในลักษณะการสรางมูลคาเพิ่ม (value – added) ใหกับทรัพยากรที่ใช นั่นคือ ทุกขั้นตอนของการผลิตหรือการทำงานของผูบริหารจะตองเพิ่มมูลคาใหกับ สินคาหรือบริการขององคการ

สำหรับการบริหารการศึกษานั้น ผูบริหารการศึกษาและผูบริหารสถานศึกษา  จึงตองให ความสำคัญของประสิทธิผล และปริสทธิภาพ  รวมถึงตองตระหนักถึงปริมาณและคุณภาพที่เกิดขึ้นในตัว นักเรียนแ ละนักศึกษา ดวย

 

กรอบแนวคิดของการบริหารงานแบบมุงผลสัมฤทธิ์

การปฏิรูประบบราชการเปนนโยบายหนึ่งที่รัฐบาลไทยใหความสำคัญ  เนื่องจากการปฏิรูป ราชการกำลังเปนเรื่องที่รัฐบาลประเทศตาง ๆ  ใหความสนใจเพราะวาการรับขาวสารของประชาชนไดรับ การยกระดับใหสูงขึ้น ดังนี้ การบริการของรัฐที่ยังไมตอบสนองความตองการของประชาชนอยางทัน เหตุการณ งานลาชา ซ้ำซอน ไมมีประสิทธิภาพ  โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการใหบริการของภาคธุรกิจ เอกชน การมีกฎระเบียบรุงรัง ไมยัดหยุน  ระบบการทำงานไมโปรงใสและไมสามารถแกปญหาทางเศรษฐกิจและ สังคมตอการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในยุคโลกรภิวัฒน  จึงจำเปนตองไดรับการเปลี่ยนแปลงและไดรับการ ปฏิรูป เทคนิคหนึ่งที่หลายประเทศไดนำมาใชเปนสวนหนึ่งของการปฏิรูปราชการ คือ การบริหารที่เนนผล (Result – Oriented Management หรือResults Based Management) หรือเรียกอีกอยางวาการบริหารแบบ มุงผลสัมฤทธิ์

 

 

การบริหารแบบมุงผลสัมฤทธิ์ เปนรูปแบบการบริหารที่เนนความรับผิดชอบ (Accountability) ของรัฐบาลตอประชาชน กลาวคือ  รัฐบาลจะตองแสดงใหเปนที่ประจักษแกประชาชน          วารัฐไดใชงบประมาณแผนดินไปอยางมีประสิทธิภาพและไดผลอยางไร โดยการแสดงถึงผลได มีผลงาน อะไรบาง

การบริหารแบบมุงผลสัมฤทธิ์  เปนการจัดหาใหไดทรัพยากรการบริหารมาอยางประหยัด (Economy) การบริหารทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ (Efficiency) และการไดผลงานที่บรรลุเปาหมายของ องคการ หรือประสิทธิผลการทำงาน (effectiveness)

 

กรอบแนวคิดตามคุณลักษณะ  ๘ ประการของความเปนเลิศในการบริหาร

สำหรับคุณลักษณะความเปนเลิศในเชิงการบริหารที่คนพบจากการวิจัยที่บริษัทอเมริกัน ประสบผลสำเร็จในการดำเนินงานอยางสูง ๘ ประการ ประกอบดวย

๑ มุงเนนการปฏิบัต (a bias for action)

๒ มีความใกลชิดกับลูกคา (close to the customer)

๓ มีความอิสระในการทำงานและมีความรูสึกเปนเจาของกิจการ (autonomy and entrepreneurship)

๔ เพิ่มผลผลิตโดยอาศัยพนักงาน (productivity through people)

๕ สัมพฟสกับงานอยางใกลชิด  และความเชื่อมั่นในคุณคาเปนแรงผลักดัน (hands-on and value driven)

๖ ทำธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญและเกี่ยวเนื่อง (stick to the knitting)

๗ รูปแบบเรียบงายธรรมดา พนักงานอำนวยการมีจำกัด (simple form and lean staff)

๘ เขมงวดและผอนปรนในเวลาเดียวกัน (simultaneous loose-tight properties)

สรุป การบริหารโรงเรียนไปสูความเปนเลิศ  เปนเรื่องสำคัญที่ผูบริหารโรงเรียนจะตอง ตระหนักและใหความสำคัญตอการจัดระบบการบริหารทั้ง  ๖ ดาน คือ งานดานวิชาการ  งานบุคลากร งาน กิจกรรมนักเรียน งานธุรการ งานอาคารสถานที่  และงานความสัมพันธระหวางโรงเรียนกับชุมชน  ใหมี

ประสิทธิภาพและตองมีการประเมินผลการปฏิบัติงานอยางเปนระบบ  โดยเฉพาะการพิจารณาจาก

กระบวนการบริหารงานใหเปนไปตามมาตรฐานโรงเรียน  ๕ มาตรฐาน คือ

๑. โรงเรียนใชแผนเปนเครื่องมือในการบริหารงานอยางมีประสิทธิภาพ

๒. โรงเรียนสนับสนุนใหบุคลากรเกิดความมุงมั่นในการพัฒนางาน

๓. โรงเรียนจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน

๔. โรงเรียนประสานค

โพสเมื่อ : 05 ก.พ. 2557,13:13   อ่าน 2217 ครั้ง